CBD คืออะไร ทำไมต้อง CBD

หากพูดถึง CBD ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเรียกได้ว่าเป็น Hype แห่งปี 2020 เลยทีเดียว จากที่เคยมีขายแค่ หลักหน่วยถึงหลักสิบแบรนด์ แต่ในปัจจุบัน เรียกได้ว่า หลังจาก CBD ถูกทำให้ถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะหันไปทางไหนทุกบริษัทต่างโฆษณาส่วนผสมของใช้ที่มีสารสกัด CBD สุดฮิตลงไปในผลิตภัณฑ์ต่างๆของทางบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ในกาแฟ ผลิตภัณฑ์ความงาม โลชั่นหลากหลายสูตร ขนม อาหาร หรือแม้กระทั่ง ของใช้สำหรับสัตว์ ใช่ค่ะ ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่สามารถใช้ CBD ได้ CBD ยังถูกผลิตเป็น ยา อาหาร ขนม สำหรับเด็กๆขนปุยในบ้าน เพราะ 1 ในสรรพคุณอันโด่งดังของ CBD คือช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ ทั้งการปวดข้อต่อตามร่างกาย หรือแม้แต่ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคร้ายอย่างมะเร็ง แต่ถึงแม้ในสหรัฐอเมริกาจะสามารถหาผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาก CBD ได้เกือบทุกตรอก ซอกซอย แต่ในประเทศไทย CBD หรือ น้ำมันกัญชา แม้จะยังอยู่ในช่วงระยะเวลาการขอขึ้นทะเบียน เพื่อทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และรอการอนุมัติจากทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน เราจะได้เห็น CBD ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศมีวางขายทั่วไปในประเทศไทยอย่างแน่นอน

แล้วจริงๆแล้ว CBD คืออะไร?

CBD ย่อมาจาก Cannibidiol เป็นส่วนประกอบทางเคมีจากพืชที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabid Sativa หรือที่เราทุกคนรู้จักกันใน
ชื่คุ้นหูอย่าง กัญชา (ข้อมูลจากทาง US National Library of Medicine) และสาร CBD ยังพบได้มากในญาติสนิทของกัญชาอย่าง กัญชง (Hemp) ด้วยเช่นกัน (โดยเฉพาะกัญชงนี่แหละ แหล่ง CBD แหล่งต้นๆที่นำมาสกัดเพื่อใช้ในทางการแพทย์) 
 
โดยสรุปง่ายๆคือ CBD คือสารที่สกัดออกมาจากกัญชง โดยเราได้นำข้อดีทางการแพทย์ สรรพคุณทางยาของสมุนไพรใบ 7 แฉกนี่ออกมาใช้ ถึงแม้ตอนนี้อาจยังไม่มีผลวิจัยที่แน่ชัดเพราะยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในวงการแพทย์และความเข้าใจของมนุษย์แต่ถือว่า CBD เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงในความรู้ ความเข้าใจในระบบร่างกายอันซับซ้อนของมนุษย์

แต่เคยได้ยินมาว่า กัญชาทำให้เมา แล้ว CBD ล่ะ??

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ในกัญชา 1 ใบ จะประกอบไปด้วยสารประกอบทางเคมีมากกว่า 565 ชนิด โดยแบ่งเป็น Non-cannabinoids และ Cannabiniods โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงในส่วนของ Cannabiniods ซึ่งเป็นสารเคมีหลักที่เราใช้ในการสังเคราะห์ CBD และ THC ออกมา 
 
Cannabinoids นั้น หากเราได้ทำการแยกองค์ประกอบทางเคมี เราจะพบสารสำคัญอย่าง THC (delta-9-tetrahydrocannabinol) และ CBD โดย เจ้าตัว THC นี่แหละคือต้นเหตุที่ทำให้เรา Get high หรือเมานั่นเอง ส่วน CBD ไม่ได้ทำให้เราเมาแน่นอน สรรพคุณของ CBD คือช่วยบรรเทาอาการปวด อาการเครียดหรือวิตกกังวล หรือแม้แต่อาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ Cannibidiol หรือ CBD นั้นยังมีสาร Antioxidant (สารต้านอนุมูลอิสระ) และยังมีสรรพคุณในการลดการอักเสบของผิวหนังรวมไปถึงช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ด้วยเช่นกัน 

แล้ว Tinctures,Vape pens หรือ ขนม Gummy ถ้าต้องใช้ เลือกตัวไหนดีนะ

สำหรับคนที่รู้สึกว่าไม่ต้องการกลืนกินสิ่งแปลกปลอม หรือยังรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจนัก เราแนะนำให้ใช้พวกบาล์มหรือขี้ผึ้งที่มีส่วนผสมของ CBD โดยการทาลงบนข้อต่อหรือบริเวณที่รู้สึกเจ็บปวดแทน
 
แต่สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาหรืออยากลองกลุ่ม Tincture (ยาหยด), อาหาร หรือ Vape pen ก็ต้องบอกว่าหากคุณต้องการประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดที่รวดเร็วที่สุด ท่านสามารถเลือกใช้ Vape pen โดยการใช้ Vape pen นั้น ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้นในการออกฤทธิ์แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฤทธิ์ที่ออกก็เกิดสลายตัวเร็วด้วยเช่นกัน โดยมีประสิทธิภาพเพียง 2 ชม. เท่านั้น 
 
แต่สำหรับกลุ่ม Tincture หรือ กลุ่มขนม อาหารต่างๆนั้นอาจใช้เวลานานในการดูดซึมแต่ประสิทธิภาพและการออกฤทธิ์นั้นนานกว่า Vape pen โดยสามารถออกฤทธิ์ได้นานมากถึง 4-5 ชม.เป็นอย่างน้อย

บางยี่ห้อ ฉลากแจ้งว่ามี Terpenes ด้วย มันคืออะไร?

Terpenes คือน้ำมันในดอกกัญชาและกัญชง โดย Terpenes จะมีกลิ่นพิเศษที่เป็นเอกลักษ์ของพืชตระกูลนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น Citrus (พืชตระกูลส้ม), กลิ่นเบอร์รี่, กลิ่นมิ้นท์ หรือ กลิ่นต้นสน โดยแต่ละกลิ่นนั้นจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประเทศต้นกำเนิด อุณหภูมิ ประเภทของดินแต่ละที่ที่กัญชาและกัญชงเกิดและเติบโต สรุปคือ Terpenes คือกลิ่นพิเศษอันมีเอกลักษณ์ของกัญชาและกัญชงนั่นเอง